ความสยองหมู่บ้าน ลัดดาแลนด์

ลัดดาแลนด์ หมู่บ้านสยอง

ความน่าขนลุกของตำนาน หมู่บ้านลัดดาแลนด์ มาฝาก หากใครเคยเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ หรือ เป็นชาวเชียงใหม่ ที่เคยผ่านเส้นทาง “คลองชลประทาน” ทางฝั่งศูนย์ราชการจังหวัด และสนามกีฬาสมโภช 700 ปี

คงจะผ่านตากับที่ดินรกร้างข้างทาง ปกคลุมด้วยไม้ หญ้า ท่ามกลางบรรยากาศรก ๆ น่ากลัว

ตั้งอยู่บนกิโลเมตรที่ 4 ของ ถนนสายห้วยแก้ว อยู่ห่างจากสี่แยกห้วยแก้ว ซึ่งจะสามารถไปมหาวิยาลัยเชียงใหม่ราว 2 กิโลเมตร …ที่มีชื่อว่า.. “ลัดดาแลนด์” จะพบว่าที่รกร้างนั้น คือสถานที่ “น” …อาถรรพ์ที่สุด ล่อหลอกวัยรุ่นจำนวนมากมาลองความกล้า เพื่อท้าพิสูจน์ผีกันมากที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคำพูดเปรียบเปรยกัน ในหมู่เด็ก ๆ หรือวัยรุ่นที่มีความกล้าแล้วบ้าบิ่นว่า “หากใครที่ชอบเรื่องผี ไม่มาลัดดาแลนด์ก็แสดงว่ามาไม่ถึงเชียงใหม่ !?”

ลัดดาแลนด์ จึงเป็น “ความทรงจำอันงดงาม” ของชาวเชียงใหม่ในยุค 2520 ด้วย โครงการจัดสรรอันยิ่งใหญ่ ของผู้หญิงท่านหนึ่ง อ้างกันว่าคือ “คุณนายลัดดา” นักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสามีของท่านคือนายทหารผู้เป็น

เจ้าของกิจการ “โรงหนังเวียงพิงค์” ด้วย การเล็งเห็นศักยภาพของ ที่ดินรกร้างผืนใหญ่อยู่ใกล้ “ทางขึ้นดอยสุเทพ” พื้นที่ผืนนี้จึงถูกพัฒนาให้เป็น “อุทยานการท่องเที่ยวขนาดใหญ่” ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ซึ่งในยุคนั้นยังไม่มีสถานที่ใดโดดเด่นเท่า แล้วโครงการขนาดใหญ่ที่ครองใจผู้คนในยุคนั้นก็เกิดขึ้น ด้วยการจัดศูนย์แสดงสาธิตศิลป

วัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งพิพิธภัณฑ์ชาวเขาการทำเครื่องเขิน การแกะสลักไม้ การทอผ้าไหม การแสดงฟ้อนรำต่าง ๆ ภายใต้การควบคุมของคณะ วัดเจ้าพ่อเม็งราย อันโด่งดังรวมไปถึงมัดใจเด็ก ๆ และครอบครัว ด้วยการให้บริการ ช้าง ม้า และรถไฟเล็กให้นั่ง ด้วยค่าบริการปนะมาณ 8 หรือ 10 บาท

เจ้าของคือ คุณนายลัดดา พันธาภา เล่ากันว่า เป็นสถานที่ยอดฮิต ของวัยรุ่นสมัยนั้นจะไป ออกเดทกันเพราะมีความ เชื่อว่าคู่ไหนไปอธิฐานขอ ความรักกับต้นไทรหน้าลัด ดาแลนด์แล้วคู่นั้นจะได้ รักกันไปตลอดชีวิต

ส่วนหมู่บ้านนั้นทั้งหมดล้วนเป็นคนที่มีฐานะดีทั้งนั้นที่เข้าไปอยู่ เรียกว่า หมู่บ้านเศรษฐี แต่เรื่องมาเกิดตอนที่บ้านหลังหนึ่งโดนคนร้าย ฆ่าตายยกบ้านแล้วเรื่อง สยองก็เริ่มขึ้นจากตรงนี้ เพราะคนที่อยู่ใกล้ๆ กับบ้านหลังนี้ บางทีก็ได้ยินเสียงร้องไห้บ้าง ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือหรือบางครั้ง ก็ได้ยินเสียงหัวเราะ และที่เจอกันจนอยู่ไม่ได้ คือคนแถวนั้นจะเห็นครอบครัวที่ตายไปแล้วบางทีก็ออกมายืนหน้าบ้านออกมารดน้ำต้นไม้ คนที่ผ่านไปมาโดนหลอกทุกคนทำให้ตอนเที่ยงคืนจนถึงเช้าไม่มีใครที่จะกล้าออกจากบ้านเลย

นานวันเข้ายิ่งหนักมาหลอกถึงบ้าน คนแถวนั้นอยู่ไม่ไหวเลยพากันย้ายออกกันไปเกือบหมด ทำให้แถวนั้นกลายเป็นบ้าน ร้างเยอะแต่ยังมีบ้านอีก 3 หลัง ที่ยังไม่ไปไหนและ 1 ใน 3 หลัง นั้นเจ้าของเป็นฝรั่ง ไม่ค่อยได้อยู่จะบินมาเที่ยวเฉพาะฤดูหนาว เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมาก เลยจ้างเด็กสาวพม่ามาเฝ้าบ้าน แต่ผ่านไปไม่นานก็มี โจรมาขึ้นบ้านหลังนั้น ฆ่าเด็กสาวคนนั้นแล้วหมกศพ ไว้ในห้องเก็บของใต้บันได กว่าจะมาพบก็ผ่านไปเกือบ 2 เดือน และที่มาพบได้เพราะบ้าน ที่ยังเหลืออยู่ใกล้ๆ กัน ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากในบ้าน แต่ก็ไม่ได้สงสัย เพราะเห็นเด็กสาวคนนี้ยังคงมานั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านทุกวัน

จนวันหนึ่งทนไม่ไหว เลยบอกว่าให้ทำความสะอาด เพราะอาจจะมีหนูตาย แค่นั้นแหละ เด็กสาวหันหน้ามาแบบเละๆ เลย จึงไปแจ้งความและแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบ พอเปิดเข้าไปดูในบ้านพบและนำศพออกมาแล้ว แต่เด็กคนนี้ก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมทุกวัน แต่ถ้านั่งธรรมดาไม่มายุ่งคงจะดี บางคนเล่าว่า บางครั้งก็จะเห็นเด็กสาวพม่ามายืนมองที่หน้าต่างตอนนอนกลางคืนด้วย คราวนี้ย้ายออกไม่เสียดายแล้วบ้าน

ลัดดาแลนด์

มีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับการเสียชีวิตเอาคร่าวๆ ดังนี้

1. มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมากและมาอธิฐานขอให้ความรักสมหวังกับต้นไทรหน้าหมู่บ้านนี้ แต่แล้วพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ยอมรับ ทั้งสองจึงชวนกันมาแควนคอตายใต้ต้นไทรนั้น…ว่ากันว่า เมื่อถึงวันครบรอบการผูกคอตายของคู่รักคู่นี้ คนแถวนั้นจะเห็นทั้งคู่ห้อยโตงเตงพร้อมกับส่งยิ้มให้

2. ช่วงก่อนที่สวนสาธารณะในหมู่บ้านนี้ จะสร้างเสร็จ ตอนที่ขุดหลุมเพื่อที่จะทำบ่อน้ำ มีการพบกับโครงกระดูกด้วย แต่ไม่ยอมเปิดเผยให้ทราบกัน

3. ก่อนจะเป็น ลัดดาแลนด์ สถานที่แห่งนั้นเป็นที่เปลี่ยว จึงมีการนำศพคนตายที่ถูกปล้น หรือถูกข่มขืนมาทิ้งไว้หลายต่อหลายศพ

4. มีหญิงสาวและหญิงขายบริการหลายรายที่ทำแท้งแล้วนำซากศพเด็กไปทิ้งไว้ในสระน้ำนั้น ว่ากันว่า มีมากกว่า 100 ศพเลยทีเดียว

5. มีหนุ่มขี้ยาคนหนึ่งพี้ยาเกินขนาดแล้วเกิดช็อคตายคาศาลาริมสระน้ำ ซึ่งกว่าจะมีคนมาพบศพก็เน่าแล้ว แต่ก็ร่ำลือกันว่าสาเหตุที่ช็อคเพราะโดนเอาไปเป็นตัวตายตัวแทนมากกว่า เนื่องจากกัญชายังเหลืออยู่ข้าง ๆ ศพอีกเยอะเลย

6. มีการนำศาลพระภูมิ รวมถึงตุ๊กตาสะเดาะเคราะห์มาทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก จนทางเทศบาลต้องนำไปทิ้งนอกเมือง แต่ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จ เพราะถึงจะย้ายไปไกลแค่ไหน วันรุ่งขึ้นก็จะพบกลับมาที่เดิม เชื่อกันว่าวิญญาณทั้งหมดสิงอยู่ในตุ๊กตาสัตว์ที่วางไว้อยู่มากมายในพื้นที่นั้น

7. มีหญิงสาวที่มาขอความรักกับต้นไทรหน้าหมู่บ้าน แล้วผิดหวังในความรัก จึงกินยาฆ่าแมลงตายใต้ต้นไทร โดยทิ้งจดหมายไว้…

แม่อายสะอื้น

แม่อายสะอื้น

แม่อายสะอื้น

ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดู และชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม

 

คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปัน และหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ

 

แม่อายสะอื้น

 

หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงาม และไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน

 

ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้ว มาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจ และเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ

 

ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพฯ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม

 

แม่อายสะอื้น

 

ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อย ๆ จากหนานเมือง และรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลง จนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอม และทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมื่อไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้าน และคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจ และเป็นห่วงพ่อ

 

วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพฯ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพฯ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงิน แล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด

 

ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งงาน จนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภา ขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง

 

แม่อายสะอื้น

 

เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพฯ ก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน

 

ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามาย และจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้ และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้

 

คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไรจะกลับ หลัง ๆ ดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอาย และต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่ และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตา

 

ทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพฯ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีก

 

ดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลินิกเถื่อน ขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับให้ไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิต และเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้า แต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ

 

ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้ บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตก เพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจ และเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพฯ อีก

 

เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิล และพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพฯ อีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพฯ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพฯ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพฯ เธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบ และเก็บเงินได้สักก้อนเมื่อไรจะรีบกลับมาแม่อาย และมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเอง

 

ดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสต์จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่ และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทน และตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยัน และความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว

 

ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย

 

คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง

 

ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลอง และพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่ และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิล ทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย

 

ช่อเอื้องที่วัน ๆ เห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อ แล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพฯ

 

ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพฯ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จัก และรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวัง และเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวัง และถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อาย และไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้ว และเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว

 

คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิท บังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพฯ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพฯ ให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงิน และติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมา และตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่อง และรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปัน และหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://drama.kapook.com/

 

 

 

 

 

 

 …

The Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอน กามเทพออกศึก

กามเทพออกศึก

 

กามเทพออกศึก

 

หอมหมื่นลี้ เจ้าหน้าที่คิวปิตฮัต ติดการแต่งหน้าเท่าชีวิต หากไม่ได้แต่ง เธอจะกลายสภาพเป็น ผีจูออน เพราะฉะนั้นไม่ว่าวันไหนเวลาไหน ใบหน้าของเธอจะต้องจัดเต็มอยู่เสมอ ไม่มีทางที่จะเผยหน้าสดให้ใครเห็นเป็นอันขาด ด้วยเหตุนี้หอมหมื่นลี้จึงไม่กล้ามีแฟน เพราะหากมีคู่รัก ก็ต้องเปลือยหน้ากับผู้ชาย เธอมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่สวย และคงไม่มีผู้ชายคนไหนยอมรับใบหน้าสดของเธอได้

3 ปีก่อน หอมหมื่นลี้ถูก ไทม์ เพื่อนเก่า พาเข้าโรงแรมปลุกปล้ำ หอมหนีออกมาในสภาพหน้ายับและผ้าขนหนูผืนเดียว โดยมีแท็กซี่ชื่อ ปีมงคล เข้าไปช่วยไว้ ปีมงคลกลายเป็นแท็กซี่ประจำตัวของเธอนับแต่นั้น ทั้งสองสนิทกันด้วยความเพี้ยนที่คล้าย ๆ กัน แท้ที่จริงปีมงคลเป็นมหาเศรษฐี ลูกเจ้าของกิจการขนส่งใหญ่ที่สุด ปีมงคลต้องการปิดบังตัวตนจากหอมหมื่นลี้ เพราะต้องการทำหนังสั้นเรื่องชีวิตของเขากับหอมหมื่นลี้ให้เสร็จ เขาอยากพิสูจน์ว่า คนบ้าแต่เปลือกอย่างหอมหมื่นลี้ จะรักแท็กซี่อย่างเขาได้หรือไม่

ช่วงเวลานั้นหอมหมื่นลี้กำลังหลงใหล พดด้วง สิบแปดมงกุฎที่ปลอมตัวมาเป็นเศรษฐี หอมหมื่นลี้เดทกับพดด้วง และเดทกับปีมงคลไปพร้อมกัน หอมหมื่นลี้รู้สึกผูกพันกับปีมงคลมากขึ้น กว่าจะยอมทำลายเปลือกมารักกับแท็กซี่ได้ หอมหมื่นลี้ก็หวุดหวิดจะโดนพดด้วงปลุกปล้ำ

ปีมงคลกำลังจะบอกความจริง แต่หนังสั้นของเขาถูก แม็กโนเลีย คู่รักเก่า ส่งไปประกวดชนะรางวัล หน้าสดของหอมหมื่นลี้แพร่กระจายออกไปทั่วโลก หอมหมื่นลี้ยังพบอีกว่า ปีมงคลและแม็กโนเลียมีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง หอมหมื่นลี้จึงบอกเลิกปีมงคล

 

กามเทพออกศึก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://drama.kapook.com/

 …

ของสะสม สายป่าน

ของสะสม สายป่าน

ของสะสม

ของสะสม

คุณสามารถได้รับการยิงที่เธอแอบแฝงเห็นจะเป็นจุดจบของความหวาดกลัวให้กับชีวิตของเธอเพิ่มขึ้น อย่างไรขึ้นเมื่อ เจส สายป่าน – อภิญญาสกุลเจริญสุข งานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยความรัก ริว (บิ๊ก – ทองภูมิสิ พิพัฒน์) ที่คบกันมาหลายปีไม่สามารถ ทนต่อความวิตกกังวลของประชาชนได้เป็นอย่างดีการเก็บรักษาเป็นจำนวนมากได้รับผลกระทบจากโรคระบาดและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ฝังลึกอยู่ในจิตใจของเธอจากอดีตที่เธออยากจะลืมไม่ได้ว่าจะเป็น พิ้งกี้ สาวโคโยตี้ก๋ากั่น เจนนี่ สาวคิกขุขี้เกียจและ โจอี้ ขนมของเจสเคาน ขนมอบแสนอร่อยในโคโค่ที่ถูกทิ้งร้างโดย ใหญ่ (โจ๊ก – อัล – กุรอาน) มาที่เจ้าเล่ห์แห่งการทำลายล้างของเธอ ในขณะที่หลบหนีเอาชีวิตรอดมาได้จาก คิวเท็น (กัมม การถ่ายภาพเหตุการณ์ในยามค่ำคืนแสดงให้เห็นว่าเขามีความสนใจในตัวเองมากกว่าคนธรรมดา แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างมากกคนทิ้งห้าง

 

 

ของสะสม

 

ความสัมพันธ์ระหว่างเจสและคิวเท็กซ์ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากกับ คังแทฮี (จิ๋วซอ) สาวเกาหลีเจ้าของร้านบิงซูอย่างเปิดเผย (ซาร่า – นลินโฮลเลอร์) เพื่อนรักของคนเพียงคนเดียวของเจสพยายามผลักดันให้เจสไปรักษาด้วย “หมอแม็ค” (ตั้ม – อดุลย์เจริญรัศมีเกียรติ) แต่หารู้ไม่ว่าเธอ กำลังตกอยู่ในอันตรายเพราะเอาตัวเองเข้ามา ไปพัวพันกับการช่วยเจสไม่ให้ถูกทำลายคนที่ได้รับผลประโยชน์อื่น ๆ อย่างงี้เจสจะพบรักใหม่ที่ยั่งยืนได้หรือไม่? คิวเท็นจะ ซ่อม เจสได้สำเร็จหรือทั้งสองคนจะเข้าสู่โลกแห่งความมืดกว่าโดยไม่รู้ตัวว่ารักจะเอาชนะความเหนื่อยล้าคนเหงาสองคนให้ความสุขและความสงบของจิตใจได้หรือ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://mgronline.com/drama/detail/9620000015403

 

 …

นับดาว หน่วยลับสลับเลิฟ

นับดาว  หน่วยลับสลับเลิฟ

นับดาว เรื่องราวของ ซูเปอร์สตาร์สาวอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ที่จู่ ๆ ก็ถูก สารวัตรชนาธิป ตำรวจจอมป่วนแฝงตัวมาสืบความลับในวงการบันเทิง และเชื่อว่าเธอมีข้อมูลขององค์กรค้ายาเสพติดข้ามชาติ พร้อมเปลี่ยนลุคเป็นเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ เหตุการณ์ความวุ่นวายนี้จะจบลงอย่างไร นับดาวจะเป็นผู้กุมข้อมูลองค์กรค้ายาเสพติดข้ามชาติ

 

นับดาว

 

หน่วยลับสลับเลิฟ ช้าง หน่วยลับหนุ่มสุดเซอร์ ได้รับภารกิจใหม่ให้ปลอมตัวเข้าไปเป็นผู้จัดการดาราเพื่อสืบเรื่องคดีค้ายาเสพติดในวงการบันเทิง โดยต้องเข้าไปพร้อมกับหน่วยลับรุ่นน้องอีกสองคนคือเอกและภีม ลำพังการปลอมตัวเป็นผู้จัดการดาราคงไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าไม่มีโจทย์ว่า..ผู้จัดการดารา ต้องไม่ใช่ชายแท้ !!

เฉพาะแค่การต้องพยายามทำตัวเป็นเกย์ก็ยากเย็นเหลือเกินแล้วสำหรับชายแท้เกินร้อยแบบช้าง แต่ดังนรกชังฤาสวรรค์แกล้ง ทำให้ดาราที่ช้างต้องมาดูแลในฐานะผู้จัดการคือนับดาว นางเอกสาวสวยที่ไม่ถูกชะตากับช้างตั้งแต่แรกเห็นเพราะเข้าใจว่าช้างคือโจรโรคจิต

ก่อนที่เรื่องจะลุกลามบานปลาย เอก หน่วยลับรุ่นน้องที่ต้องปลอมตัวมาดูแลรุ้งพราว นางเอกสาวอีกคนเลยต้องยืนยันให้นับดาวเชื่อว่าช้างไม่ใช่โจรโรคจิตโดยการบอกว่าช้างกับตนเป็นแฟนกัน พร้อมพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น…ด้วยการจูบ !! นอกจากต้องเสียจูบให้เอก ช้างต้องปวดหัวเพิ่มขึ้นมาอีก เมื่อพบว่า ตัวจริงของดาราสาวแสนสวย รวย ชาติตระกูลดีที่ทุกคนเห็นนั้น แท้จริงคือผู้หญิงที่แสนซกมกและขี้เกียจตัวเป็นขน จนทำให้ช้างต้องเพิ่มหน้าที่จากผู้จัดการส่วนตัวมาเป็นคนใช้ส่วนตัวอีกหนึ่งตำแหน่ง

แม้ว่าในครั้งแรกที่นับดาวเจอกับช้างจะเกิดเหตุเข้าใจผิดจนทำให้ช้างเลือดตกยางออกไปบ้าง แต่หลังจากได้พิสูจน์ช้างมาหลายครั้ง นับดาวก็เริ่มมั่นใจว่าช้างเป็นเกย์ร้อยเปอร์เซ็น เพียงแต่เป็นเกย์ที่พูดจาขวานผ่าซากและมักขัดใจนับดาวเสมอจนทำให้เธอหงุดหงิดอยู่บ่อย ๆ

ส่วนเอกที่คอยจับตามองรุ้งพราวในฐานะหนึ่งในผู้ต้องสงสัย แต่ความสวยเซ็กซี่ของนางเอกสาวรุ่นพี่ก็ทำให้สายลับหนุ่มจอมเจ้าชู้อย่างเอกหวั่นไหวซะเหลือเกิน เอกจึงทำตัวเป็นแอนนี่เกย์สาวน้อยผู้น่ารัก และพยายามจะเพิ่มความใกล้ชิดเพื่อหลอกแต๊ะอั๋งรุ้งพราวอยู่เสมอ จนรุ้งพราวนั้นทั้งรักและเอ็นดูแอนนี่ราวกับเป็นน้องสาวแท้ ๆ เลยทีเดียว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://drama.kapook.com/view203501.html

 

 

 

 

 …

คมแฝก 2018

คมแฝก 2018

คมแฝก

 

กัลป์และแสนเป็นศิษย์เอกของอาจารย์ อัคนี โดยทั้งสองได้รับการสักอักขระยันต์จากอาจารย์อัคนี แล้วอาจารย์อัคนีก็ยกคมแฝกเขี้ยวเสือให้กับกัลป์ และยกคมแฝกเล็บสิงห์ให้ไว้กับแสน อาจารย์บอกกับทั้งคู่ว่า ทั้งสองจะมีอำนาจควบคุมคมแฝกได้อย่างเต็มที่ และอยู่ยงคงกระพัน นอกเสียจากจะทำลายล้างกันเอง ในอดีตนั้นกัลป์กับอัญชันเป็นคนรักกัน โดยมีดอกไม้ แอบรักกัลป์อยู่ ดอกไม้ไม่รู้เลยว่า แสนนั้นแอบชอบตนเองอยู่เช่นกัน พ่อของกัลป์ไม่อยากให้ลูกชายคบหากับแสน ลูกของนักเลง และบอก หากกัลป์สอบเข้าตำรวจได้ จะให้หมั้นกับดอกไม้ ทั้งแสนและอัญชันต่างเสียใจไม่แพ้กัน

 

กัลป์สอบเข้าตำรวจได้ในที่สุด กัลป์นำกำลังไปจับคนร้าย และเกิดการต่อสู้กัน พ่อของแสนถูกกัลป์ยิงในที่สุด ทำให้แสนแค้นใจกัลป์มาก หาเรื่องใส่ร้ายจนกัลป์ต้องติดคุก กว่ากัลป์จะหลุดออกมา พ่อของกัลป์ถูกแสนฆ่าตาย ส่วนแม่และน้อง แสนจับตัวไป หวังจะรวบรัดเอากระรอก น้องสาวของกัลป์ เป็นเมียอีกด้วย

 

ปัจจุบัน 2516 กัลป์กลับมาที่เมืองพล เขามุ่งหน้ามาที่ร้านของตะเภา โดยมี พ่อปาน แม่แจ้ รวมถึงน้องชายของตะเภาอยู่กันพร้อมหน้า ตะเภากอดกัลป์ด้วยความดีใจ เพราะลึก ๆ แล้วเธอแอบรักกัลป์มาตลอด ตะเภาเล่าถึงความชั่วร้ายของแสนในช่วงที่กัลป์ไม่อยู่ให้ฟัง ว่าแสนทั้งสะสมอาวุธ และผู้คนเอาไว้มากมาย กลายเป็นผู้มีอิทธิพลของเมืองพลไปแล้ว ดอกไม้ คนรักเก่าของแสน ก็ตกเป็นนางบำเรอของแสน ส่วนแม่มาลัยและกระรอก น้องสาวของกัลป์ ก็ถูกแสนจับตัวขังเอาไว้ในบ้าน

 

กัลป์มีเรื่องกับลูกน้องแสน ขวานยิงปืนใส่กัลป์หลายนัด ขวานกับสิงโตถูกกัลป์เล่นงาน จนเข้มสงสัยว่าเป็นฝีมือใคร แสนเห็นรอยคมแฝกจากตัวสิงโต มั่นใจว่าเป็นฝีมือกัลป์ กระรอกได้ข่าวแอบดีใจที่พี่ชายกลับมาแล้ว ส่วนเพลิงวางแผนเข้าไปทำงานที่บ้านของแสนด้วยการเจาะยางรถของอัญชัน ในวันที่อัญชันไปทำบุญที่วัด จนอัญชันขับรถชนเพลิง อัญชันรับเพลิงเป็นคนขับรถ และให้พักอยู่ที่เรือนคนงานลูกน้องของแสน กระรอกไปสืบข่าวของกัลป์ที่ร้านของตะเภา และได้พบกับองอาจที่นั่น องอาจเป็นคนขายหนังเร่ ซึ่งเอากระบะขายยามาป่าวประกาศในหมู่บ้าน จนสร้างความรำคาญให้แก่ลูกน้องของแสน และมีเรื่องกันในที่สุด

 

กัลป์บุกเข้ามาที่บ้านแสน ระหว่างที่แสนอยู่ในห้องนอนกับดอกไม้ ดอกไม้ตกใจที่ได้พบกัลป์อย่างกะทันหัน แสนกับกัลป์ต่อสู้กัน แสนคว้าปืนมายิงกัลป์ แต่กัลป์หนีไปได้ กัลป์ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาไปหาอัญชันที่ห้องนอน อัญชันกับกัลป์ต่างนึกถึงความหลังที่ทั้งสองรักกัน แต่กลับมีอุปสรรคเรื่องความแค้นไม่สิ้นสุด จนทำให้กัลป์และอัญชันต้องห่างเหินกันไป

 

แสนจับตัวกัลป์ได้ในที่สุด เขาใช้แส้เฆี่ยนกัลป์อย่างโหดเหี้ยม และจะจุดไฟเผา ทั้งมาลัย, กระรอก, ดอกไม้ ต่างร้องขอชีวิต แต่แสนไม่ฟัง สุดท้ายอัญชันต้องมาห้ามไว้ เพลิงเห็นเหตุการณ์จึงหาทางช่วย แสนให้ลูกน้องเอากัลป์ไปมัดไว้ที่โรงปอ พอดีมีคนแจ้งทางสถานีตำรวจไป ว่ามีเหตุเกิดที่บ้านแสน รองเพชร นำกำลังตำรวจมา ก่อนที่แสนจะเผากัลป์ทั้งเป็น แสนออกไปต้อนรับเพชร ระหว่างนั้นอัญชันจึงเข้าไปช่วยกัลป์ให้หนีไป กัลป์ดีใจคิดว่าอัญชันยกโทษให้ตนแล้ว ส่วนอัญชันก็เสียใจ คิดว่ากัลป์ยังรักดอกไม้อยู่ ทั้งคู่จากกันด้วยความเจ็บปวด

 

กัลป์ยังไม่รอดพ้นไปจากบริเวณบ้านแสน คราวนี้เพลิงพรางตัวมาช่วยกัลป์ให้หนีไป แสนยังตามมาค้นที่บ้านของตะโพน แต่กัลป์ก็รอดไปได้อีก เพราะตะโพนนำตัวไปหลบไว้ที่หลุมหลบภัย แสนมาเล่นงานเพลิงที่ไปมีเรื่องกับลูกน้องตัวเอง แสนจะฆ่าเพลิง แต่อัญชันมาห้ามไว้ได้ทันเวลาพอดี

 

แสนจับตัวเพลิงมา แล้วให้เข้มฉีดยาเสพติดเข้าในตัวเพลิง เพื่อบังคับให้เพลิงมาเป็นพวกตน เพลิงเริ่มรู้สึกตัว แต่ยังไม่มีเรี่ยวแรง เพราะฤทธิ์ยา พอดีจงอางกับตะเภาเข้ามาส่งเสบียงที่บ้านแสน เพลิงจึงแฝงตัวอยู่ท้ายรถกระบะของกระรอก หนีเอาตัวรอดไปได้ กระรอกช่วยชีวิตเพลิงเอาไว้ ทำให้เพลิงเริ่มมีใจให้กับตะเภา องอาจทำทีมาขอเช่าห้องอยู่ที่ร้านพ่อปาน แม่แจ้ จึงทำให้องอาจได้พบเพลิงอยู่กับตะเภา ทั้งสามเริ่มสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น องอาจเริ่มแน่ใจว่าเพลิงเป็นคนดี

 

แสนยังคงตามจองล้างจองผลาญกัลป์ไม่เลิก เพราะแค้นที่กัลป์ฆ่าพ่อตนเองตาย แสนพาพรรคพวกมาอาละวาด ทำร้ายผู้คนที่ร้านของพ่อปาน แม่แจ้ เพื่อบีบให้กัลป์ปรากฏตัวออกมา องอาจให้พ่อปาน, แม่แจ้, ตะเภา ย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่ไม่มีใครยอมไป ซ้ำยังบอกกับกัลป์, องอาจ และเพลิงด้วยว่า ไม่ให้หนีหายไปจากเมืองพล เพราะถ้าหากทุกคนไป ก็จะไม่มีใครสามารถปราบแสนได้

 

รองเพชรถูกระเบิดอาการสาหัสอยู่โรงพยาบาล แสนจึงให้เจ้าหน้าที่จากพระนครแต่งตั้งหมวดนิตย์ขึ้นมาแทนรองเพชร เพราะหมวดนิตย์เป็นคนของตน กัลป์พยายามปรับความเข้าใจกับอัญชัน และบอกเรื่องความชั่วร้ายของแสนที่อัญชันไม่รู้ อัญชันเริ่มคล้อยตามกัลป์ ถึงแม้จะทำเป็นไม่ฟังก็ตาม

 

มาลัยป่วย แสนเข้ามาเยี่ยมอาการมาลัย มาลัยให้แสนกลับตัวกลับใจ คิดถึงอดีต ตอนที่พ่อแสนติดคุก พ่อของกัลป์ และมาลัย เป็นคนเอาแสนมาเลี้ยงดู แสนรักมาลัย ถึงขนาดเรียกว่าเป็นแม่ แต่บัดนี้เหตุการณ์กลับกลาย แสนกลายเป็นอีกคน แสนเริ่มสับสนระหว่างความดีที่ตนเคยมี กับความชั่วที่ตนเองก่อขึ้น

 

กัลป์, องอาจ, เพลิง ร่วมมือกัน หาทางกำจัดแสนให้ได้ โดยมีบ้านของตะโพนเป็นที่ซ่อนตัว องอาจแอบไปหากระรอกอยู่หลายครั้งด้วยความเป็นห่วง มาลัยก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ จนสุดท้าย แสนไม่ยอมให้กระรอกพามาลัยไปหาหมอ มาลัยจึงสิ้นใจตายในที่สุด กระรอกเสียใจมาก ด้านเพลิงก็ทำทีเป็นคนเลวอย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้แสนเชื่อใจ ทำให้ตะเภาเสียใจมาก ส่วนกัลป์กับอัญชันก็ปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด อัญชันรู้ความจริงที่ว่าแสนไม่ใช่พี่น้องแท้ ๆ ของตน ที่สำคัญพ่อของแสนเป็นคนฆ่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอตายอีกด้วย แสนหวังจะได้ตัวของอัญชันมาเป็นเมีย อัญชันรับไม่ได้ จึงหนีไปหากัลป์ ซึ่งตอนนี้กัลป์กำลังบาดเจ็บหนัก เพราะโดนมีดลงอาคม ที่ครั้งหนึ่งแสนเคยใช้ทำร้ายอัคนีมาแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://drama.kapook.com/view182511.html

 

 …

เงาอโศก ฌอห์ณ จินดาโชติ

เงาอโศก ฌอห์ณ จินดาโชติ

เงาอโศก

 

มนไท (ฌอห์ณ จินดาโชติ) ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมไปทุกอย่าง เป็นบุตรชายคนเดียวของเจ้าคุณมหัทธ์ฯ (จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) และคุณหญิงทับทิม (สาวิตรี สามิภักดิ์) มนไทคบหาอยู่กับวิยะดา (กรณ์ภัสสร ด้วยเศียรเกล้า) บุตรสาวของเวทย์ (ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) และวิมล (ณหทัย พิจิตรา) ซึ่งคุณหญิงทับทิมอยากให้ทั้งสองหมั้นหมายกันก่อนที่มนไทจะไปเรียนต่อต่างประเทศ

วันหนึ่ง ปี่ (ด.ญ. ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ) เด็กหญิงวัย 8 ขวบ แอบโดดรั้วเข้ามาในสวนหลังบ้าน มหัทธเวศม์พอดี ปี่เห็นวิยะดากำลังออดอ้อนมนไท ทำให้ปี่อดขำไม่ได้ ด้วยความอายวิยะดาไล่ตีปี่ แต่มนไทห้ามไว้และถามปี่อย่างปรานี จนรู้ว่าปี่เป็นเด็กกำพร้าอาศัยอยู่กับยายเทียม (ศันสนีย์ วัฒนานุกูล)

และแอบเข้ามาเด็ดยอดต้นอโศกไปเป็นอาหาร มนไทสงสารจึงให้เงินค่าขนมปี่ไปเล็กน้อย แต่สำหรับปี่แล้วเงินจำนวนนั้นมีค่ามหาศาล และความมีน้ำใจของมนไทก็ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเธอว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณ ของเธอ

 

เงาอโศก

 

เจ้าคุณมหัทธ์ฯ เป็นชายเจ้าชู้มีอนุภริยาหลายคน หนึ่งในนั้นคือนวล (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของนุชา (กรกฎ ตุ่นแก้ว) ส่วนอีกคนคือละม่อม (นุศรา ประวันณา) มีลูกติดคือลักขณา(รัตนาภรณ์ กลิ่นกุหลาบหิรัญ) ด้วยความกลัวลักขณาจะจับมนไท คุณหญิงจึงคอยจับผิดลักขณา จนคุณเจียร (ปรารถนา สัชฌุกร) ซึ่งเป็นทั้งแม่บ้านใหญ่ และเพื่อนสนิทของคุณหญิงทับทิม ต้องเตือนมนไทให้อยู่ห่าง ๆ ลักขณา แต่มนไทไม่ได้สนใจ เพราะเขาคิดกับลักขณาแค่พี่น้อง

วันหนึ่งวิยะดาขับรถชนยายเทียมถึงแก่ความตาย ทำให้ครอบครัวเวทย์ และวิมลรับปี่ไปอุปการะ และตั้งชื่อให้ใหม่ว่าปิยะฉัตร แต่ปี่ก็ยังเป็นเพียงเด็กรับใช้ในบ้าน มีเพียงวิภาวรรณ (แอริน ยุกตะทัต) น้องสาวของวิยะดาคนเดียวที่

สงสารปี่ วันที่มนไทจะเดินทางไปเรียนต่อ ปี่วิ่งตามไปมอบผ้าเช็ดหน้าปักชื่อมนไทให้เป็นของขวัญ มนไทจึงหยิบเอาดอกอโศกที่ร่วงกับพื้นส่งให้ปี่เป็นของตอบแทน หลังจากนั้นเวทย์ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการที่เชียงใหม่ ทำให้ปี่ต้องย้ายตามไปด้วย ส่วนบ้านมหัทธเวศน์ก็เงียบเหงา เพราะความสัมพันธ์ของแม่ลูกเกิดแตกหัก คุณหญิงทับทิมเอาแต่นั่งร้องไห้เสียใจผสมกับความอาลัยคิดถึงที่ลูกชายไป เรียนต่อเมืองนอก

 

เงาอโศก

 

หลายปีต่อมา ปี่ (เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา) ซึ่งเติบโตเป็นสาวสวย และมนไทก็เรียนจบ จึงส่งข่าวมาบอกเกื้อ (จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม) ลูกพี่ลูกน้องและเป็นหมอประจำตัวคุณหญิงว่ายังไม่กลับเมืองไทย จนกว่าจะมีพร้อมทุกอย่างแล้วกลับไปแต่งงานกับวิยะดาเท่านั้น ทางด้านวิยะดากลายเป็นสาวเปรี้ยวที่สุดในเชียงใหม่ เธอลืมมนไทไปหมดแล้ว และมีเป้าหมายจะจับพ่อเลี้ยงพงศ์อินทร์ (ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ในขณะที่มนไทยังเขียนจดหมายรักมาหาวิยะดาอยู่เสมอ โดยหารู้ไม่ว่าปี่เป็นคนคอยตอบจดหมายแทนในนามของวิยะดา แล้วยังมีผ้าพันคอเสื้อไหมพรมที่เกิดจากฝีมือของปี่ส่งไปให้มนไท

 

เงาอโศก

 

 

วิยะดาคอยตามตื้อพงศ์อินทร์ไม่ลดละ แต่พงศ์อินทร์ไม่สนใจเพราะในใจของเขามีแต่แม้นวาด (รัตน์ฟ้า ไชยชื่นจิตต์) คนรักเก่า พงศ์อินทร์สนิทสนมกับปี่ เพราะรู้เรื่องของเขากับแม้นวาดดี วิยะดาหมั่นไส้ที่พงษ์อินทร์สนใจปี่มากกว่าเธอจึงคิดหาทางกำจัดปี่ พอดีกับที่คุณเจียรเขียนมาขอตัววิยะดาให้ไปดูแลคุณหญิงทับทิมที่อาการทรุด หนัก วิภาวรรณเลยเสนอให้คุณวิมลส่งปี่ไปแทนวิยะดา คุณวิมลเห็นดีเห็นงาม เพราะไม่อยากให้ลูกสาวต้องไปลำบาก ปี่จึงได้เดินทางกลับไปบ้านมหัทธเวศน์อีกครั้ง

 

เงาอโศก

 

คุณ หญิงจำปี่ไม่ได้ และเรียกปี่เป็นวิยะดาทุกคำ คุณเจียรจึงให้ปี่รับว่าเป็นวิยะดาไป เพื่อสุขภาพของคุณหญิง ปี่ยอมทำตามด้วยความสงสาร และเฝ้าดูแลคุณหญิงอย่างเอาใจใส่ เกื้อจึงพลอยเข้าใจผิดไปด้วยว่าปี่คือวิยะดา จึงรีบไปบอกมนไทว่าวิยะดามาคอยดูแลคุณหญิงที่ป่วยหนักจนอาการดีขึ้น ทำให้มนไทยิ่งซาบซึ้งในความดีของวิยะดา เขาตัดสินใจกลับเมืองไทยทันที เพื่อไปหาผู้หญิงแสนดีของเขา

 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://drama.kapook.com/view133144.html

 

 

 

 

 

 …

บางกอกนฤมิต (ปู ไปรยา)

บางกอกนฤมิต (ปู ไปรยา)

บางกอกนฤมิต

บางกอกนฤมิต

เรื่องราวความรักและความอาฆาตแค้นข้ามภพชาติของโรงละคร บางกอกนฤมิต เมื่อครั้งถูกไฟเผาวอดมากว่า 70 ปี
จนมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า..แท้จริงแล้ว ไฟที่ไหม้โรงละครแห่งนี้ มิใช่เป็นเพียงไฟธรรมดา
แต่มันคือไฟแค้นของ มาลัยวรรณ ปู ไปรยา อดีตนางเอกของคณะละครบางกอกนฤมิตนั่นเอง

ตำนานแห่งละครร้องและความอาฆาตแค้น กำลังจะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง จาก การันต์ เป้ อารักษ์ ชายหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ ที่ตั้งใจจะเนรมิตโรงละครบางกอกนฤมิต ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยหารู้ไม่ว่าความหายนะกำลังจะเดินทางมาถึงตัวเขา

บางกอกนฤมิต

 

บางกอกนฤมิต

 

บางกอกนฤมิต   บางกอกนฤมิต

ขอบคุณแหล่งที่มา https://drama.kapook.com/view195528.html

สลักจิต เต็มฟ้า กฤษณายุธ

สลักจิต เต็มฟ้า กฤษณายุธ

สลักจิต

สลักจิต เธอมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่
เธอมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ แต่กลับเป็นชนวนที่จุดไฟของการแย่งชิง
สลักจิตหรือ จอย (เต็มฟ้า กฤษณายุธ) พ่อแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะที่เธออายุยังน้อย
จอยจึงถูกส่งตัวมาอยู่กับ เจ้าคุณภักดีบดินทร (นิรุตติ์ ศิริจรรยา)
ผู้เป็นปู่ แต่ถูกขับไสให้ไปอยู่เรือนเล็กกับ แม่เจิด (พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา)
ต้นห้องและลูกสาวชื่อ ใจภักดิ์ (ศรุชา เพชรโรจน์) ไม่นานจอยได้รู้ความจริงว่า
ภาคภูมิ (ภูธเนศ หงษ์มานพ) พ่อของเธอถูกเจ้าคุณปู่ตัดออกจากตระกูลเพราะภาคภูมิจะแต่งงาน
กับ มากาเร็ต แม่ของเธอที่เป็นชาวอังกฤษ ทั้ง ๆ ที่ได้หมั้นกับ ม.ร.ว.จันทรา (พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์)
ธิดาของ ม.จ.รังสิมันต์ ซึ่งเป็นทั้งเจ้านายและเพื่อนสนิทของเจ้าคุณ

เมื่อจอยกลับมาอยู่เมืองไทย จอยรับหน้าที่ดูแล i99bet คุณหญิงรำเพย (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล)
ผู้เป็นย่าที่กำลังป่วยหนัก ก่อนตายคุณหญิงยกสร้อยเพชรประจำตระกูลให้กับจอย ทำให้ญาติๆ
พากันเกลียดชังจอย โดยเฉพาะ รำพา (ชไมพร จตุรภุช) ภรรยารองของเจ้าคุณ
และคุณหญิงจันทราที่จำใจแต่งงานกับ พิท (ศรุต วิจิตรานนท์) แทนภาคภูมิพ่อของจอย
ทั้งคู่มีลูกชายคือ พรพจน์ (อาเมน โสตถิพันธุ์ คำลือชา) และลูกสาว พริ้มพราย (อัญชสา มงคลสมัย)
ซึ่งเกเร และเอาแต่ใจ ส่วนญาติที่รักจอยมีเพียง หม่อมภาคี (มยุรา เศวตศิลา) น้องสาวของเจ้าคุณ
และ ม.ร.ว.ภูษิต หรือ คุณชายเดียว (ศรราม เทพพิทักษ์) ลูกเลี้ยงของหม่อมภาคีซึ่งเป็นคู่หมาย
ของ เพียงเพ็ญ (พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร) น้องสาวของพิท

จอยมีเพื่อนรักชื่อ กรรณิการ์ (ภคกัญญา เจริญยศ) ลูกสาว ท่านทูตไกร (ตระการ พันธุมเลิศรุจี)
เธอมีพี่ชายสุดหล่อชื่อ เกริก (ชลวิทย์ มีทองคำ) ซึ่งตกหลุมรักจอยตั้งแต่แรกเห็น ทั้งหมดนี้ทำให้ภูษิตรู้สึกเป็นห่วงจอย
จึงเข้ามาคอยดูแลจอยจนเพียงเพ็ญรู้สึกไม่พอใจ เมื่อภูษิตต้องไปทำงานที่ฝรั่งเศส 4 ปี
จอยจึงขอแหวนที่เขาสวมติดนิ้วไว้เพื่อดูต่างหน้าเพียงเพ็ญเห็นแหวนที่นิ้วจอยก็โกรธ
และให้จอยส่งแหวนคืนภูษิตพร้อมเขียนจดหมายบอกให้เขาเลิกดูแลตามคำสั่งเพียงเพ็ญภูษิตแอบน้อยใจ
และคิดว่าจะเลิกสนใจจอย แต่ก็ไม่วายส่ง ธเนศ (อัศนัย เทียนทอง) เพื่อนรักไปดูแลแทน ทำให้ธเนศได้ใกล้ชิดกับกรรณิการ์
ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของจอย และภูษิต

ระหว่างนี้เกริกเริ่มเข้ามาใกล้ชิดจอยโดยไม่รู้ว่าใจภักดิ์มีใจให้กับเขา ส่วนจอยก็รักษาระยะห่างกับเกริก
และตั้งใจเรียนจนสอบเข้าคณะอักษรศาสตร์จุฬาฯ ได้ เมื่อเกริกต้องเดินทางไปดูงานต่างประเทศ
พร้อมๆ กับที่ภูษิตได้กลับมาเมืองไทย ทำให้จอยกับภูษิตได้กลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง ทั้งคู่ต่างก็หวั่นไหว
และรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของกันและกัน เรื่องไปถึงหูท่านเจ้าคุณ และหม่อมภาคี ทั้งคู่จึงเร่งงานแต่งงานระหว่างเพียงเพ็ญกับภูษิตให้เร็วขึ้น
ส่วนรำพา และเพียงเพ็ญก็วางแผนจ้าง เริง (ธีธัช จรรยาศิริกุล) ข้าเก่าเต่าเลี้ยงในตระกูลให้มาทำลายจอยแต่ไม่สำเร็จ
เริงจึงเปลี่ยนแผนมุ่งไปที่พริ้มพรายแทนเพราะรู้ว่าคุณหญิงจันทราแม่ของพริ้มพรายรวยมาก
เริงชักชวนพริ้มพรายติดยา และนัดหมายให้พริ้มพรายขโมยเครื่องเพชรของคุณหญิงจันทราเพื่อหนีไปกับเขา
ด้านพรพจน์ก็ไปทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับ ในที่สุดจอยสามารถช่วยทั้งพริ้มพราย และพรพจน์ไว้ได้
ทำให้ท่านเจ้าคุณซาบซึ้ง และยอมรับในตัวจอย

ด้านเกริกเมื่อกลับมาจากต่างประเทศก็ต้องการหมั้นกับจอยทันที ส่วนภูษิตก็เสียใจประสบอุบัติเหตุอาการสาหัสทำให้เกริกรู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ลึกซึ้งเกินกว่าอากับหลานจึงตัดสินใจขอถอนหมั้นจอย ความรักของภูษิต…

เงาใจ วาทิตยุทธนา เปื้องกลาง

เงาใจ วาทิต

เงาใจ

เงาใจ วาทิต(ยุทธนา เปื้องกลาง)

วาทิต(ยุทธนา เปื้องกลาง) ลูกชายเพียงคนเดียวของ พ่อเลี้ยงวิทย์ พิศาล อัครเศรณี ผู้มีฐานะร่ำรวยมากในภาคเหนือ ซึ่งเป็นทั้งเจ้าของไร่ส้มและไร่ชา ด้วยความที่สุขภาพของวาทิตไม่ดีมาตั้งแต่เด็กและยังมีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจ วาทิตจึงได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีจากพ่อเลี้ยงวิทย์และคำเอื้อง อำภา ภูษิต แม่นมที่รักวาทิตเหมือนลูกแท้ๆของตัวเอง และยังมีกินรี อริสรา ทองบริสุทธิ์ ลูกสาวของกิจจา ดิลก ทองวัฒนา คอยดูแลอีกด้วย

เมทินี วรรณรท สนธิไชย คือหญิงสาวที่วาทิตหลงรักมาตั้งแต่เด็ก แต่หญิงสาวกับรู้สึกกับวาทิตเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น หญิงสาวอยู่กับมณี สาวิตรี สามิภักดิ์ ผู้เป็นแม่และไมตรี ณัฐชา จันทพันธ์ น้องชาย มีอาชีพรับจัดส่งดอกไม้ ซึ่งครอบครัวของหญิงสาวรู้จักและสนิทสนมกับครอบครัวของวาทิตเป็นอย่างดี

อังกูร นาวิน เยาวพลกุล ลูกพี่ลูกน้องกับวาทิต ชายหนุ่มเป็นหลานชายแท้ๆของพ่อเลี้ยงวิทย์ อังกูรรักเมทินีเช่นเดียวกันกับวาทิต แต่มีความมั่นใจมากกว่าว่าเมทินีรักเขา ไม่ได้รักวาทิต และคิดที่จะขอเมทินีแต่งงาน แต่เมทินียังไม่รับปากเพราะเธอเองก็ไม่แน่ใจว่ารักอังกูร

รุทร ยุทธนา เปื้องกลาง พี่น้องฝาแฝดกับวาทิต i99bet ลูกชายของแรม เพ็ญพักตร์ ศิริกุล แต่ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเขามีพี่น้องฝาแฝด เพราะแรมไม่ได้บอกถึงแม้จะยังติดต่อและส่งข่าวคราวถึงพ่อเลี้ยงวิทย์อยู่ก็ตาม รุทรยังเก็บเอาความช้ำจาก แพร เจนสุดา ปานโต คนรักเก่าตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมมาด้วยกันที่ชิงหนีไปแต่งงาน ทำให้รุทรหมดศรัทธาในความรัก และถึงแม้จะมีบุษบัน(สกาวใจ พูนสวัสดิ์) แม่ม่ายสาวสวยมาติดพันชอบพอก็ไม่ทำให้รุทรสนใจ แต่กลับเป็นอนุวัตร(ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์) เพื่อนสนิทของรุทรเสียมากกว่าที่รู้สึกชอบบุษบัน แต่ก็ทำเป็นยียวนกวนประสาทใส่เธออยู่เสมอ

รุทรให้อนุวัตรมาส่งดอกเสี้ยนให้กับเมทินีแทนเขา ทำให้อนุวัตรได้ปะทะคารมกับทิปปี้ (วิชญาณี เปียกลิ่น) เพื่อนสนิทของเมทินี ส่วนรุทรเดินดูงานโดยรอบจนได้มาเจอกับเมทินีที่จัดดอกไม้อยู่ รุทรชอบในความน่ารักสดใสของเมทินี จึงถ่ายรูปเก็บเอาไว้หลายอิริยาบทโดยที่เมทินีไม่รู้ตัว

ไมตรีเจอกับวาริน(ณัฐจารี หรเวชกุล) น้องสาวของรุทรทีไรมักมีเรื่องด้วยกันทุกที จนวันหนึ่งไมตรีมีเรื่องกับพวกเด็กช่างกลและไมตรีพลั้งทำปืนปากกาของเด็กช่างกลลั่นโดนเจ้าของปืนเอง ตำรวจพาตัวทุกคนไปที่โรงพัก พ่อแม่ของเด็กช่างกลเรียกค่าเสียหายยี่สิบล้านบาท มณีและเมทินีกลุ้มใจมากเป็นทุกข์อย่างหนัก คิดขายบ้านขายร้านแต่เงินยังไม่พอ อังกูรจึงยื่นมือเข้ามาอาสาช่วยเหลืออีกแรงแต่ก็ยังไม่ถึงยี่สิบล้าน พ่อเลี้ยงวิทย์เห็นว่าครอบครัวของเมทินีกำลังลำบากจึงเข้ามาช่วยเหลือ โดยมีข้อแม้ให้เมทินีแต่งงานกับวาทิต เพราะรู้ว่าวาทิตรักเมทินีมากและยังเป็นการสร้างความสุข ช่วยต่อชีวิตให้กับวาทิต อีกด้วย ซึ่งเมทินีจำยอมแต่งงานกับวาทิตเพื่อต้องการนำเงินไปช่วยไมตรี

งานแต่งงานของวาทิตกับเมทินีถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ วาทิตดูจะมีความสุขมากในขณะที่อังกูรเต็มไปด้วยความเจ็บช้ำ ส่วนกินรีไม่ได้สนใจวาทิตที่ได้แต่งงานกับเมทินีเท่าไหร่นักเพราะเธอหลงรักอังกูรและจะทำให้อังกูรลืมเมทินีให้ได้ ผิดกับกิจจาผู้เป็นพ่อที่รู้สึกไม่พอใจที่แผนการล้มเหลวเพราะอยากให้ลูกสาวแต่งงานกับวาทิตเพื่อครอบครองทรัพย์สมบัติทั้งหมด อนุวัติเอารูปงานแต่งงานของวาทิตมาให้รุทรดูด้วยความสงสัย เพราะว่าวาทิตกับรุทรนั้นหน้าเหมือนกันยังกับแกะ รุทรเลยเอาเรื่องไปถามแรม ผู้เป็นแม่ก็ได้ความจริงว่ารุทรนั้นมีน้องชายฝาแฝดคือวาทิต แต่แรมได้ยกวาทิตให้เป็นลูกบุญธรรมของพ่อเลี้ยงวิทย์เจ้านายเก่าของเธอหลังจากที่คลอดได้ไม่นานเพราะวาทิตเป็นโรคหัวใจและแรมเองก็ลำบากเรื่องค่าใช้จ่าย ที่ผ่านมาแรมกับพ่อเลี้ยงวิทย์ส่งข่าวให้กันตลอด แต่แรมขอเอาไว้ว่าไม่อยากไปเจอวาทิตเพราะพ่อเลี้ยงวิทย์ก็เลี้ยงดูวาทิตไม่ผิดไปจากลูกของเขาเอง

อังกูรแกล้งป่วยให้เมทินีมาหาและคิดจะปลุกปล้ำจนวาทิตเข้ามาเห็น วาทิตโกรธจัดและขอเคลียร์กับอังกูร อังกูรพูดจาเป็นนัยให้รู้ว่าเขากับเมทินีมีอะไรกันแล้วก่อนที่จะมาแต่งงาน วาทิตโกรธมากจนหอบหนักแต่ก็ยังหยิบปืนขึ้นมาเล็งอังกูร ทำเอาอังกูรผงะที่เห็นวาทิตเอาจริง แต่ยังไม่ทันเหนี่ยวไกวาทิตก็เกิดเจ็บหน้าอกทรุดตัวลงนั่งหอบ จะหยิบยาพ่นออกมาแต่กระเด็นไปที่อังกูร วาทิตร้องขอยาแต่อังกูรไม่ให้แถมเตะให้ห่างออกไป วาทิตกลั้นใจครั้งสุดท้ายฝืนยิงอังกูรและตัวเองก็สลบไป

พ่อเลี้ยงวิทย์พาวาทิตมาที่บ้านของแรมเพื่อให้แรมดูแล และให้รุทรปลอมตัวเป็นวาทิตเพื่อเข้าไปสืบหาว่าใครเป็นคนทำร้ายวาทิต และคอยขัดขวางอังกูรกับเมทินีไม่ให้ได้ใกล้ชิดกัน พ่อเลี้ยงวิทย์ให้เวลารุทรได้เรียนรู้การเป็นวาทิต แต่ด้วยคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกัน ทำให้รุทรมีปัญหากับการเป็นวาทิตไม่ใช่น้อยซึ่งพ่อเลี้ยงวิทย์ได้หาทางแก้โดยการบอกกับทุกคนว่าวาทิตความจำเสื่อมเป็นช่วงๆ

ถึงแม้ว่ารุทรจะพยายามทำตัวเองให้เหมือนกับวาทิตมากแค่ไหน แต่ยังไงก็ไม่เหมือนกับวาทิตที่เมทินีเคยรู้จัก เมทินีจึงคิดทดสอบรุทรในคราบของวาทิตในหลายๆอย่างแต่ถึงแม้จะเห็นถึงความแตกต่างแต่ก็ไม่สามารถให้คำตอบกับตัวเองได้ว่า วาทิตที่เห็นอยู่ตอนนี้ถ้าไม่ใช่วาทิตแล้วจะเป็นใคร เช่นเดียวกับกินรีที่สงสัยในความต่างแต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้และไม่ได้ระแคะระคายเลยว่าวาทิตจะมีพี่น้องฝาแฝด ทุกสิ่งทุกอย่างเต็มไปด้วยความวุ่นวายต่างฝ่ายต่างจับผิดกันและกัน รุทรพยายามจับผิดเมทินีกับอังกูร ในขณะที่เมทินีเองก็หาเรื่องจับผิดรุทร เพราะเธอมั่นใจว่ายังไงรุทรก็ไม่ใช่วาทิต แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้สังเกตนั่นคือความรู้สึกดีดีที่ทั้งรุทรและเมทินีมีให้แก่กันมากขึ้นทุกๆวัน

อังกูรและกิจจาร่วมมือกันกำจัดพ่อเลี้ยงวิทย์ โดยการจ้างมือปืนมาทำร้ายและใส่ความรุทร แต่ที่จริงแล้วพ่อเลี้ยงวิทย์ยังไม่ตายโดยรุทรพาไปหลบซ่อนตัว และเขาก็ยอมโดนปรักปรำเพื่อหาหลักฐานมัดตัวอังกูรให้แน่นจนดิ้นไม่หลุด

เมทินีเสียใจมากที่รุทรกลายเป็นคนร้ายและเธอมั่นใจแล้วว่ารุทรไม่ใช่ว่าทิต รุทรขอให้เมทินีเชื่อใจเขาและพามาหาแรมที่บ้านพร้อมกลับพาไปเจอวาทิต เมทินีร้องไห้ด้วยความสงสารวาทิตและรู้สึกผิดเพราะที่ผ่านมาเธอรู้ตัวดีว่าเขาพยายามทำให้เธอทุกอย่างแต่เธอไม่ได้สนใจมันมากนักเพราะเมทินีไม่ได้รักวาทิตแบบชู้สาวและไม่อยากทำอะไรตอบกลับจนทำให้วาทิตรู้สึกมากกับเธอไปกว่าที่เป็นอยู่ เพราะมันก็มากเกินพอแล้ว

อังกูรเห็นว่าทรัพย์สมบัติทุกอย่างกำลังจะตกเป็นของเขา ชายหนุ่มจึงคิดกำจัดกิจจาทิ้งและกินรีเป็นรายต่อไป กินรีมาได้ยินทั้งหมดจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกใช้จึงมาหารุทรและสารภาพความจริงทุกอย่างด้วยความสำนึกผิดพร้อมจะเป็นพยานเอาผิดอังกูร ความจริงทุกอย่างจะเปิดเผยอย่างไร บทสรุปของคนชั่วอย่างอังกูรจะเป็นแบบไหน? และความรักที่วุ่นวายระหว่างเมทินีและวาทิตตัวปลอมจะเป็นอย่างไร? จะเป็นเพียงเงาในใจหรือจะกลายเป็นคนในหัวใจได้จริงๆ…